ไม่ต้องอด ! ลด 10 กิโลใน 1 เดือน ด้วยการออกกำลังกาย

ลดน้ำหนัก 1 เดือน 10 กิโล

 

เศร้ามาก ! ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ผอม ทำยังไงก็ไม่ลดเลย ทำยังไงดี !!! อย่างแรกเลยนะคะคือ คุณต้องมีการตั้งเป้าหมายให้ได้ว่าภายใน 1 เดือนจะต้องลดน้ำหนัก แม้ว่าการลดน้ำหนัก 1 เดือน 10 กิโล

หากฟังเพียงผิวเผินอาจจะดูเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าคุณมีความมุ่งมันอย่างมากในการลดน้ำหนัก คุณก็จำเป็นจะต้องใช้ความอดทน ความพยายาม บวกกับจิตใจที่แน่วแน่

ไม่ย่อท้อในการลดน้ำหนักเท่านั้นเองค่ะ วันนี้มีสูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนภายใน 1 เดือน ที่ว่าที่ใครๆก็สามารถที่จะทำเองได้ แล้วจะมีวิธีใดบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เทคนิคเรื่องอาหาร

เน้นโปรตีนจากหลายแหล่ง ข้าวไม่ขัดสี โฮลวีท ถั่ว ข้าวโพด ฟักทอง มันต่างๆ หน่อยไม่โลว์คาร์บ เป็นคนกินแป้ง ติดแป้ง ถ้าไม่กินจะหน้ามืด รู้สึกหวิวๆ

ถ้าอ้วนมาก เรื่องอาหารสำคัญมากที่สุด ต้องเอาของเก่าออก ไม่ใช่เอาไปเพิ่ม ถึงแม้จะออกกำลังกาย ก็อย่าให้ตัวเอง เหนื่อยฟรี จนเบื่อ ท้อ เลิกไปเอง

ควรลด !! 

ของมัน ของทอด อาหารแปรรูป อาหารรสจัด หากอยากกิน ก็กินพอดีๆ ดูว่าใช้หมดไหม เพราะถ้าใช้พลังงานไม่หมด ทำให้สะสมไขมันเพิ่ม
น้ำหวาน น้ำชงต่างๆ กาแฟ ชาเขียว น้ำปั่น นอกจากแคลอรี่เยอะ ยังมีไขมันเลว ค่อนข้างมาก และสะสมนั่นเอง

การออกกำลังกาย

ลดน้ำหนัก 1 เดือน 10 กิโล

การออกกำลังกายนั้นหลักการก็ง่ายๆ เลยค่ะ คือการกินอาหาร 70% การออกกำลังกาย 30% ค่ะ การออกกำลังกายลดน้ำหนัก คือ กิจกรรมที่ดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจมีอัตราการเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที (ขึ้นอยู่กับเพศและวัย) เป็นเวลา 15-45 นาที

วิธีออกกำลังกายที่แนะนำ กิจกรรมแนะนำ เช่น วิ่ง เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน แต่ถึงเราจะรู้วิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักแบบถูกต้อง รวดเร็ว แต่ถ้าเราไม่มีกำลังใจในการออกกำลังกายก็เท่านั้นแหละจ้า เพราะฉะนั้นแรงใจสำคัญมากๆเลยค่ะ

5 ท่าออกกำลังกายช่วยลดน้ำหนักได้ 10 โลใน1 เดือน

ลดน้ำหนัก 1 เดือน 10 กิโล

  1. ท่ายกเข่าสูง (High Knee) ได้ผลดีทั้งในเรื่องการเบิร์นแคลอรี และกระชับสัดส่วนบริเวณหน้าท้องและต้นขา รวมทั้งสะโพก ใช้เวลาสั้น ๆ วันละ 3 นาที กับท่านี้ก็รับรองว่าผลที่ออกมา ดีอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน
    วิธีฝึก
    – ยืนตรงในท่าที่สบาย
    – ยกแขนทั้ง 2 ข้าง ขนานกับพื้น เริ่มต้นวิ่งอยู่กับที่ ขณะที่วิ่งพยายามยกเข่าสูงให้แตะกับมือที่ยื่นออกมา หรือยกเข่าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
    – ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต
  2. สควอทจัมพ์ (Jump squat)  สควอทจัมพ์ หรือสก๊อตจัมพ์ อีกหนึ่งท่าออกกำลังกายที่เรารู้จักกันดีนี้ก็เป็นท่าออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น

    และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อก้น เอ็นร้อยหวาย กล้ามเนื้อต้นขา และกล้ามเนื้อหลัง อีกทั้งยังช่วยเสริมสมรรถภาพของร่างกาย
    วิธีฝึก
    – ยืนตัวตรง กางขาออกเล็กน้อย นั่งยอง ๆ งอเข่าเล็กน้อย มือ 2 ข้างยื่นไปด้านหลังขนานกับลำตัว หรือประสานไว้ที่ท้ายทอย
    – เอนตัวมาด้านหน้า โก่งบั้นท้ายขึ้นเล็กน้อย กระโดดยืดตัวขึ้นแล้วกลับสู่ท่าเดิม
    – ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

  3. เบอร์พี (Burpees) ถือเป็นท่าออกกำลังกายสุดโหดที่สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มาก โดยมีการศึกษาพบว่าการทำท่าเบอร์พีเพียง 1 ครั้งก็ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 14.3 กิโลแคลอรีต่อนาทีเลยล่ะ ไม่เพียงเท่านั้นท่าเบอร์พียังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทั้งเบิร์น ทั้งฟิต ในคราวเดียวกัน คุ้มสุด ๆ เลย
    วิธีฝึก
    – ยืนตัวตรงแยกขาออกจากกันเล็กน้อย
    – ย่อตัวลง คุกเข่าให้เข่าเกือบติดพื้น แล้วใช้มือทั้งสองข้างยันไว้กับพื้น
    – ออกแรงยันขาทั้งสองข้างไปข้างหลังโดยให้มือทั้งสองข้างยันพื้นไว้ ในท่าคล้ายท่าวิดพื้น
    – ออกแรงดันขากลับมาทางด้านหน้าและลุกขึ้นยืน กระโดดชูแขน ถือว่าจบท่า 1 ครั้ง
  4. ท่ากระโดดเขย่งขา (Side-to-Side Hops) เป็นท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่เมื่อทำติดต่อกันนาน ๆ ก็สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีในร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้นอีกด้วย
    วิธีฝึก
    – ยืนตรง ให้เท้าทั้งสองข้างห่างกันเล็กน้อย
    – กระโดดไปทางขวาในลักษณะเขย่งเท้า ยกขาซ้ายขึ้น เท้าขวาวางกับพื้น
    – สปริงข้อเท้าขวาขึ้น เขย่งไปด้านซ้าย ขาเท้าขวาขึ้น เท้าซ้ายวางกับพื้น
    – ทำติดต่อกันประมาณ 30 วินาที ทั้งหมด 3 เซต

 

ทำไมถึงต้องออกกำลังกาย ???

ลดน้ำหนัก 1 เดือน 10 กิโล

  • ช่วยให้คุณนอนหลับพักผ่อนดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้คุณจะรู้สึกได้ถึงการเผาผลาญและรู้สึกได้นอนเต็มอิ่มตลอดคืน
  • ลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เพราะทำให้กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลในกระแสเลือด ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดลดลง
  • ช่วยทำให้คุณมั่นใจมากขึ้น  โดยเฉพาะสาวๆ จะมั่นใจกับหุ่นสวยที่มีสัดส่วนกระชับมากขึ้นค่ะ
  • สร้างความสมดุลของระบบภายในร่างกาย ทำให้ระบบและกล้ามเนื้อภายในแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น อย่างกล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือดต่างๆ ทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น เนื่องจากได้รับออกซิเจนจากการออกกำลังกายอย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ

บทสรุป

ถ้าหากสาวๆคนไหนที่มีใจรักการลดน้ำหนักแล้ว  อย่าพึ่งหยุดความพยายามที่มีนะคะ เพราะถ้าหากคุณท้อหรือถอนใจไม่ทำแล้ว สุขภาพและร่างกายของคุณก็จะแย่ไปตามกันและนั่นก็อาจจะทำให้คุณไม่พอใจกับสรีระร่างกายของตนเองอีกด้วย

เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนัก เพราะไม่เพียงแต่ทำให้เราได้หุ่นในฝันที่อยากได้แล้ว ยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง รวมถึงสุขภาพจิตที่ดีด้วยค่ะ

コメント