#8 ครีมสยบรอยสิวมาแรง แซงยอดโควิดแห่งปี 2020

                

รีวิวครีมลดรอยสิวใช้แล้วปังหน้าไม่พัง

สวัสดีค่ะสาวสาวหนุ่มหนุ่ม วันนี้จะมารีวิวครีมสยบรอยสงครามบนใบหน้าที่ใช้แล้วปังไม่พังแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นจะนำเสนอแต่ตัวแม่กันนะคะ ใน8ตัวนี้จะแบ่งเป็น2ทีม 4ตัวในทีมราคาแรงแต่หน้าก็แพงไม่แพ้กัน กับ 4ตัวราคากำลังดีไม่ได้ดีแค่ราคา หน้าตาเราก็ดีเช่นกันค่ะ บอกก่อนนะคะว่าเราเคยเป็นคนที่มีสิวแบบรุนแรง ผิวมัน หิมะตกหน้ายังต้องใช้ซับมันเลยค่ะ ไม่เข้าใจ จะมันไปไหน ผลที่ตามมาคือสิว… สิวหายแล้วแต่รอยเนี่ยสิ ยังอยู่!! อยู่มั่นคงกว่ารายได้อีกค่ะ เรามาเริ่มตัวแรกกันนะคะ ตัวปัจจุบันที่ใช้อยู่ และ จะยังไม่เปลี่ยนใจง่ายๆด้วย ตัวนั้นก็คือ  

8 ครีมลดรอยสิว ใช้แล้วสวยใสหน้าไม่พังแต่ปังมากๆ

 

1.ครีมลดรอยสิว Clarins White Plus Intensive Brightening Serum
ครีมลดรอยสิว

ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆกับผิวหน้าของเรา เนื่องจากเป็นบุคคลที่เคยมีสงครามบนใบหน้าแน่นอนผลที่ตามมาก็คือ รอย.. หลังจากได้ทดลองต่างๆนานาแล้ว เราก็ได้มาเจอกับตัวนี้ที่ช่วยเยียวยาทั้งจิตใจและ รอยอันมืดหม่นบนใบหน้าของเรา

ซึ่งราคาตัวนี้อาจจะพุ่งแซงยอดโควิดแต่ผลลัพธ์หลังจาก ใช้บนใบหน้านั้นมาไวกว่าวัคซีนโควิดแน่นอนค่ะ ด้วยความที่มีชื่อว่า Clarins แล้ว ผลที่ออกมาคือรอยลดลงไปมาก เราก็ใจชื้นขึ้นมาด้วย เพราะแน่นอนว่าเราได้ลงทุนอะไรไปแล้ว เราก็ต้องหวังผลที่คุ้มค่าเช่นกัน โบนัสที่ได้มาอีกคือ ผิวหน้าสว่างใสขึ้นไปด้วยเลยค่ะ ความฉ่ำบนใบหน้าก็ตามมา อยู่ดีๆก็ดูสุขภาพดีขึ้นมาประมาณนั้นเลยค่ะ ตัวนี้ใช้แล้วจะตกเป็นทาสไปเลย

ปริมาณ 30ml
ราคา 3,850THB

 

ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันและไม่ทำให้หน้ามัน เรื่องผลลัพธ์เรื่องผิวขาวใช้เวลาสักหน่อยค่ะ แต่ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่งหน้าติดทนขึ้น หน้าสดก็สวย แต่ต้องทากันแดดด้วยนะคะ ตัวนี้ไม่มีกันแดด รีวิวจาก Vanilla : คุณ Khwanaun คลิกอ่านรีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มที่นี่ https://www.vanilla.in.th/detail.cgi?pid=1382118502

อ้าวววววว TwT ถึงกับช็อคอ้าปากค้างไปเลย เอาเป็นว่า ใครมีปัญหารอยดำ ตอนนี้ Clarins เค้าเจอส่วนผสมที่ช่วยรักษารอยดำ แล้วยังช่วยยับยั้งการแตกตัวของเม็ดสีได้ดีมากๆ รอยดำ รอยสิว เอาอยู่จ้ะ! รีวิวจาก Jeban : คุณ aimmello คลิกอ่านรีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มที่นี้ https://www.jeban.com/topic/271260

ส่วนช่วงไหนที่ใจบอบบางและใบหน้าเราก็ต้องการความสุภาพอ่อนโยนจากแคว้นใกล้เคียงในฝรั่งเศสขึ้นมา ต้องขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ

2.ครีมลดรอยสิว EFFACLAR DUO (+) ลา โรช-โพเซย์ เอฟฟาคลาร์ ดูโอ (พลัส)
ครีมลดรอยสิว

เป็นครีมลดรอยสิว ซึ่งทางแบรนด์เคลมไว้ว่า ได้เพิ่มสารตัวสำคัญ “โปรซีหลาด (Procerad) สารเอกลักษณ์ ที่ลดรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว รอยดำ รอยแดงจากสิวลดลง 42%^ และ สามารถช่วยลดปัญหาสิวเกิดซ้ำ ทั้งยังผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยกับผู้ที่มีปัญหาสิวมากกว่า 13,000 คน ทางแบรนด์ว่าอย่างงั้น…  แล้วทางเราว่าอย่างไร?

แน่นอนว่าตัวนี้ประสิทธิภาพของเค้าดีจริงๆ จากประสปการณ์ส่วนตัว ใบแบบที่หน้าเคยมีรอยดำ รอยแดง จะมามากกว่ารอยสีแดงสีดำก็มาเลย ปลง ด้วยระยะเวลาหลายปีในการทดลองสารพัดครีมของดิฉันแล้วครีมลดริ้วรอยตัวนี้ก็ยังคงเป็นตัวเลือกหนึ่ง ในวันที่ฟ้าหม่น ในวันที่ต้องประหยัดงบ ขอเพียงเธอหันมาหาตัวนี้ เค้าก็จะยังคอยปลอบปะโลมปัญหารอยดำ รอยแดง บนใบหน้าได้อยู่เสมอ

ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อครีมนั้นบางเบามากซึ่งถนอมและอ่อนโยนต่อใบหน้าของเรามากโดยส่วนตัวเป็นคนที่แพ้ไปเกือบซะทุกอย่าง ดังนั้นตัวนี้จึงตอบโจทย์แบบปังปังไปเลยจ้า น่ารักทั้งราคาและ ผลลัพท์

ปริมาณ 40ml
ราคา 990THB

ใช้เองอีกหนึ่งคนครับ ตรวจสอบได้
เคยไปหาหมอสิวมา หมอให้ยากินมากับ la roche duoสักไม่ถึง 2 อาทิตย์ สิวอักเสบ หัวสิวก็ยุบละ ไม่รู้ยาหรือ ลาโรชช่วย พอหยุดยาก็ยังคงใช้ลาโรช ดูโอ อยู่เพราะมันช่วยเรื่องรอยสิว รอยสิวมันจางลงเลย สักไม่ถึงเดือนทุกวันนี้ ก็ใช้อยู่เหมือนเม้นท์บน เพราะเหมือนมันช่วยเคลียร์หน้าและกันสิวใหม่ได้ อีกอย่าง หมอสิวแนะนำว่าควรเช็ดหน้าให้สะอาด หน้าจะได้ไม่อุดตัน แม้ว่าผมจะลงแค่กันแดด แต่ไม่ได้แต่งหน้า ก็ใช้ไมเซลล่าร์ลาโรชมาเช็ดหน้าทุกเย็น เช็ดมา เขรอะพอสมควรเลย ลองนึกดูว่าถ้าไม่เช็ดแล้วสิ่งเหล่านี้คงอุดตันน่าดู รีวิวจาก Pantip : คุณ OB คลิกอ่านรีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มที่นี้ https://pantip.com/topic/39058538

ตัวต่อไปก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะความดีความชอบมาเป็นคู่ นำทีมโดย

3. ครีมลดรอยสิว Kiehl’s Breakout Control Blemish Treatment Facial Lotion
ครีมลดรอยสิว

ตัวนี้ทาตรงรอยแดงหรือจะทาทั่วหน้าเลยก็ได้ค่ะ ละคือผลที่ตามมารอยที่เกิดขึ้นนั้นดีขึ้นค่ะ จางไปมาก ใจบางเลย ค่ะ แต่เนื่องจากว่าตอนที่ใช้ตัวนี้จะใช้คู่กับ Breakout Control Targeted Blemish Spot Treatment 20ml. (1,400 บาท) ด้วย ราคาก็จะพุ่งไปโดยปริยาย แต่ถ้าถามผลลัพธ์ เห็นผลชัดเจนเลยค่ะ ว่าดีจริงค่ะ

แต่โดยส่วนตัวแล้วจะใช้ตอนที่เป็นสิวอีกเสบ สิวเมนส์ โผล่มาค่ะ จะเริ่มจากใช้ตัว Breakout Control Targeted Blemish Spot Treatment  แต้มสิวค่ะ เช้าเย็นและใจเย็นๆ สิวหลุดไวมากค่ะ ประจำเดือนยังไม่ทันมา สิวไปก่อนแล้วค่ะ

แล้วยังไงต่อ ก็ทาตัว Kiehl’s Breakout Control Blemish Treatment Facial Lotion ตามไปเลยสิค่ะ อย่ารอจนรอยฝังตัวค่ะ รีบป้ายครีมไปเลย แรงแรงแซงทุกโค้งค่ะ ปรากฏว่าไร้ซึ่งหลักฐานการบุกของสิว มันดีมากจริงๆค่ะ โดยส่วนตัว2ตัวนี้ก็ยังมีเก็บไว้ข้างกายนะคะ แต่จะหยิบมาใช้ในยามฉุกเฉิน เป็นสาวกลางวัยที่บางทีสิวสาวมาเยี่ยมแบบไม่ทันตั้งตัวค่ะ

แต่โดยชีวิตประจำวันก็จะยังขอให้  Clarins White Plus Intensive Brightening Serum เป็นตัวจริงในปัจจุบันนี้ก่อนนะคะ กระปุกเดียว จ่ายทีเดียว จบค่ะ ส่วนตัวสุดท้ายในทีมแรกที่จะมาเล่าสู่กันฟังคือ

ปริมาณ 60ml
ราคา 1,990THB

ไปตำ! Kiehl’s Breakout Control คนเป็นสิวอุดตันต้องมีจริงๆ หัวสิวมันจะค่อยๆดันขึ้นมา ใช้ประมาณ 1-2 อาทิตย์อ่ะเริ่มเห็นผล คือสิวกดออกง่าย หรือไม่ก็รอให้มันค่อยๆหลุดออกมาเอง(ดีกว่า) ใช้เวลาแต่คุ้มค่ามากกก ใช้แล้วหน้าไม่แห้งด้วย #ใช้ดีบอกต่อ รีวิวจาก Twitter : คุณ ผิงรีวิว คลิกอ่านรีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มที่นี้

https://twitter.com/bewtyjunkie/status/1037290231840497665?lang=th

ส่วนตัวสุดท้ายในทีมแรกที่จะมาเล่าสู่กันฟังคือ

4.ครีมลดรอยสิว CLINIQUE Even Better Clinical Radical Dark Spot          Corrector+Interrupter
ครีมลดรอยสิว

ตัวนี้เป็นยังไงนั้นมาอ่านกัน สั้นๆง่ายๆ ได้ผลลัพธ์ดีค่ะ แต่จะเน้นเป็นรอยดำนะคะ จะใช้เวลาซักหน่อย โดยส่วนตัวแล้วอย่างน้อยๆ 3 เดือนค่ะ ถึงจะเห็นแบบชัดเจนว่ารอยดำจางลง

พูดถึงปริมาณ ตัวนี้ใช้ได้นานค่ะ ถ้าเป็นช่วงที่สิวสาวเริ่มเบื่อการโจมตีบนในหน้าเราและไม่ค่อยมาเยือนแล้วหลงเหลือแต่รอยดำให้ดูเล่น บวกกับช่วงพักฟิ้นหลังสงคราม แถมยังไม่รีบกับผลลัพธ์ที่ต้องการแบบทันตานะคะ แนะนำเป็นตัวลดรอยดำตัวนี้ เลยค่ะ แต่ถ้าอยากมูฟออนไว ต้องการตัดใจจากสิวที่มาเยี่ยมบนใบหน้า แนะนำเป็นคู่หูแบรนด์ Kiehl’s ค่ะ

ปริมาณ 50ml
ราคา 4,100THB

สรุปเลยคือชอบ เเละรักมาก หมดเเล้วซื้อต่อเเน่นอน นางช่วยรับมือกับพวกความหมองคล้ำ เเละจุดด่างดำได้เเบบตะลึงมาก ทั้งที่เป็นอยู่ เเละในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น อ่อนโยน ผ่านการทดสอบการแพ้ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และผ่านการรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาเรียบร้อย ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้อยู่ เเนะนำเลยว่าต้องมี เป็นอีกไอเทมที่ Must Have ในปี 2020 มากๆจ้า รีวิวจาก Thepskincrew : คุณ เทพ คลิกอ่านรีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มที่นี้

รีวิว : Clinique Even Better Clinical Radical Dark Spot Corrector + Interrupter - ThepSkinCrew
สวัสดีนะฮะทุกคน ต้องบอกเลยว่ารีวิวนี้เป็นอะไรที่ภูมิใจนำเสนอมาก เป็นเซรั่มของ Clinique ในตระกูล Even Better ที่เทพติดตามมานาน จนในที่สุดเทพก็ได้ลองจนได้ เเถมยัง...

  อีก 4 ตัวที่เหลือจะมาในราคาแบบบางเบาแต่ผลลัพธ์แรงนะคะ

5. ครีมลดรอยสิว Dragon’s Blood Scar Gel
ครีมลดรอยสิว

ใช้ได้ประมาณ 2 อาทิตย์แต่สิ่งที่คงอยู่คือความใสบนใบหน้าให้เรานานกว่านั้นค่ะ หน้าดีและเนียนขึ้นมาก ข้อดีคือ ราคาแน่นอน และสำคัญ!!ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอ พาราเบน และ น้ำหอม ค่ะ บริสุทธิ์ผุดผ่องต่อหน้าเรามากๆ แต่หลอดค่อนข้างเล็กอยู่ค่ะ ข้อเสียคือ อาจจะต้องซื้อใหม่ไวหน่อย

ปริมาณ 8 g
ราคา 290THB

 

สรุปคือตัวนี้กลายเป็นเดอะเบสท์ในเรื่องลดรอยสิวสำหรับจูนไปแล้วค่ะ5555 รีวิวจาก Pantip : คุณ เบสท์ คลิกอ่านรีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มที่นี้ https://pantip.com/topic/38632641

 

6. ครีมลดรอยสิว Melano CC Vitamin C Brightening Essence
ครีมลดรอยสิว

ลดเลือนรอยสิวด้วยเอสเซนส์วิตซี เป็นครีมที่มาแรงจากญี่ปุ่นไปอีกสำหรับตัวนี้ เพราะไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรอยดำ รอยแดง แต่สว่างใสขึ้นไปด้วย ที่สำคัญไม่มีสี แอลกอฮอล์ พาราเบน ใช้ได้กับทุกสภาพอีกเช่นเคยนะคะทุกคน หากต้องการบำรุงที่จบในขวดเดียว ต้องตัวนี้เลยค่ะ

อยากตื่นปุ๊ปผิวดีดั่งสาวญี่ปุ่นปั๊ปคงหนีไม่พ้นตัวนี้แน่นอน ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งในใจค่ะ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ครีมตัวไหนที่มีส่วนผสมของ วิตามิน ซี เยอะๆ ไม่รอดค่ะ แต่ตัวนี้มาแรงมากค่ะ ใช้ได้ดีไม่มีที่ติใดใดเลยค่ะ

ปริมาณ 20ml
ราคา 480THB

ใช้เพียง 1 สัปดาห์ ก็รู้สึกว่าหน้าเนียนขึ้น รอยสิวจาง หน้าสว่างขึ้น รีวิวจาก Jeban : คุณ aya_san คลิกอ่านนีวิวครีมลดรอยสิวฉบับเต็มได้ที่ https://daisy.jeban.com/product/88893

7.ครีมลดรอยสิว Pair Acne Cream
ครีมลดรอยสิว

ถ้าหากใครต้องการความไวในการ ลดอาการบวม แดง เนื่องจากสิวอักเสบ ช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นและไม่ทิ้ง รอยแผลเป็นหลังสิวหาย ทั้งยังลดอัตราการเกิดสิวอย่างได้ผล ต้องตัวนี้เลยค่ะ ถือว่าเป็นสินค้าทดแทนกันกับ ตัวคู่หู Kiehl’s ด้านบนเลยก็ได้ค่ะทุกคน เปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆกับราคาที่แตกต่างเลยค่ะ

ปริมาณ 14g
ราคา 290THB
8.ครีมลดรอยสิว Provamed Scarzone Acne
ครีมลดรอยสิว

ตัวสุดท้ายของรีวิวนี้ ใครไม่รู้จักยี่ห้อนี้คงไม่ได้แล้ว พูดถึงชื่อยี่ห้อนี้แล้วคงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะของเค้าดีแทบไม่ต้องบอกต่อ คนเค้าก็รู้กันหมดแล้ว ตัวนี้แนะนำให้ทาแค่จุดที่เป็นสิวนะคะ ข้อดีของตัวนี้คือจะช่วยปรับรอยให้จางขึ้นค่ะ เป็นตัวที่เหมาะกับทุกคนและคนทุกสภาพผิวสามารถใช้ได้ค่ะ เป็นมิตรต่อคนผิวบอบบางขั้นสุดเลยค่ะ

ปริมาณ 5g
ราคา 149THB

สรุปครีมลดรอยสิวที่ใช้มาแล้วจริงกว่า 8 แบรนด์ดัง

ที่นำเสนอไปทั้งหมดนั้นมีการรีวิวจริง ใช้จริง เห็นผลจริง แน่นอนกว่ากรมอุตุวิทยาก็รีวิวนี่แหละค่ะ บางตัวก็จะมี ที่ยังใช้อยู่ ใช้อยู่บ้างนะคะ บางตัวก็ต้องเปลี่ยนตามอายุและสภาพผิวที่เปลี่ยนไปของดิฉันค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นระยะเวลา การใช้การเห็นผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคนด้วยนะคะ ดังนั้นต้องเลือกใช้ให้ดี และเหมาะสมกับผิวเราค่ะ สินค้าแต่ละตัวแล้วแต่ความสะดวกซื้อของทุกคนเลยค่ะ สะดวกซื้อรึปล่าวมั้ยรู้แต่รู้ว่าสะดวกมากที่จะสวยให้สุด และจะไม่หยุดสวยแค่ปี2020แน่นอนค่ะ