คอลลาเจนจากปลา แหล่งอาหารผิวชั้นดีจากท้องทะเล

มาเติมอาหารผิวชั้นดีด้วยคอลลาเจนจากปลากันเถอะ

 

คอลลาเจนจากปลา

 

เพราะคอลลาเจนเป็นเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่ทำให้เรายังคงดูอ่อนเยาว์ อีกทั้งยังเปรียบเสมือนส่วนยึดส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งผิวหนังและกระดูก โดยปกตินั้นร่างกายของมนุษย์สามารถผลิตคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ แต่พออายุเพิ่มขึ้นกระบวนการผลิตนั้นก็จะทำงานลดลง ทำให้คอลลาเจนในร่างกายค่อยๆ ลดน้อยลงไป เราจึงต้องทานอาหารที่มีคอลลาเจนหรือมีฤทธิ์ในการช่วยรักษาคอลลาเจนนั้นไว้

ถ้าให้ลองนึกถึงอาหารที่มีคอลลาเจนสูงจากแหล่งธรรมชาติ ส่วนใหญ่เราก็มักจะนึกถึงเนื้อปลาทะเลเป็นอันดับแรก เพราะสรรพคุณของคอลลาเจนจากปลาทะเลนั้น มักจะถูกพูดถึงและกล่าวอ้างโดยผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนยี่ห้อต่างๆ มากมาย ว่าในผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีส่วนผสมหรือสารสกัดจากปลาทะเล ดังนั้นเรามารู้จักประโยชน์ของคอลลาเจนจากปลาทะเลกันอย่างจริงจังกันดีกว่า ว่าปลาทะเลชนิดใดบ้างที่ให้คอลลาเจนกับร่างกายมนุษย์เยอะจริงๆ

 

คอลลาเจนจากปลา

ภาพโดย Robert-Owen-Wahl จาก Pixabay

  1. คอลลาเจนจากปลาแซลมอน

ปลาเนื้อสีออกส้มสลับกับสีชมพูอ่อนๆ รสชาติของเนื้อออกหวาน ทานง่าย และไม่ว่าจะเป็นการทานแบบดิบที่นิยมนำมาทำทั้งซูซิและซาชิมิ หรือจะนำมาปรุงสุกเป็นเมนูอาหารต่างๆ มากมาย ก็ล้วนแต่ได้รสชาติที่อร่อยและคงความเป็นเอกลักษณ์ของรสชาติเนื้อปลาไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ผู้นิยมทานแซลมอนจำนวนมากมีความเชื่อว่าการรับประทานแบบสดจะคงคุณประโยชน์ของแซลมอนไว้ได้อย่างครบถ้วนมากกว่าการนำมาปรุงสุก

ปลาแซลมอนนี้ไม่ได้มีดีแต่เพียงรสชาติเท่านั้น มันยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการอีกมากมาย ที่ส่งผลดีต่อร่างกาย สุขภาพ และผิวพรรณของเรา โดยทั่วไปแล้วปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีไขมันเยอะแต่เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 3 ที่ร่างกายมนุษย์ต้องการแต่ไม่สามารถผลิตเอง โอเมก้า 3 ส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง เนื้อเยื่อจากไขมันที่อยู่รอบเซลล์ผิวของมนุษย์นั้นจะเป็นตัวป้องกันการเสื่อมสภาพได้ดี เมื่อเซลล์ผิวหนังแข็งแรงแล้ว ก็ช่วยให้ผิวตึง กระชับ ไม่หย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยได้ยากขึ้น

ประโยชน์ของแซลมอนยังไม่หมดเพียงเท่านั้น แต่มันยังช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้อีกด้วย อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าอัตราการผลิตคอลลาเจนของมนุษย์จะค่อยๆ ชะลอตัวลงเรื่อยๆ เมื่ออายุของเราเพิ่มมากขึ้น และอาจจะส่งผลให้ข้อต่อบริเวณกระดูกต่างๆ ทั่วร่างกายเสื่อมสภาพตามไปด้วย

ใครที่กำลังประสบปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม เราอยากให้คุณลองเลือกรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเพิ่มเติม เพราะในแซลมอนมีกรดโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อข้อเข่า อย่าง แคลซิโทนิน (Calcitonin) ที่ได้รับการวิจัยแล้วว่าช่วยเพิ่มคอลลาเจน อีกทั้งยังควบคุมคอลลาเจนในกระดูกอ่อนของข้อเข่าให้คงที่ กระตุ้นการสะสมของแคลเซียมที่กระดูก ยับยั้งไม่ให้แคลเซียมออกจากกระดูก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่น และความแข็งแรงให้เนื้อกระดูกด้วย

 

คอลลาเจนจากปลา

ภาพโดย bigtorica จาก Pixabay

 

  1. คอลลาเจนจากปลาทูน่า

เป็นแหล่งคอลลาเจนจากปลาทะเลอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ปลาแซลมอน ทั้งการนำมารับประทานแบบดิบตามสไตล์อาหารญี่ปุ่นและนำมาประกอบอาหารแบบสุก อีกทั้งยังมีการนำปลาทูน่าไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องอีกด้วย เนื้อปลาทูน่ามีสีชมพูหรือสีแดงเข้ม เนื้อหวานอร่อย แต่ปลาทูน่าไม่ได้มีดีแค่รสชาติเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอีกด้วย

ปลาทูน่ามีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับปลาแซลมอน โอเมก้า 3 นี้ช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ถูกทำลายได้อย่างดีเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นวิตามินบีที่พบในปลาทูน่ายังช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี และช่วยชะลอการเสื่อมของผิวได้ อีกทั้งปลาทูน่าอุดมไปด้วยโปรตีน ช่วยให้คุณมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเลือด ผิว ผม และเล็บ นอกจากนี้ไขมันที่ได้รับจากปลาทูน่าจัดเป็นไขมันชนิดดี (HDL) ให้พลังงานต่ำ ช่วยป้องกันการสะสมของไขมันอิ่มตัวหรือคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดอุดตันในระบบไหลเวียนของร่างกาย

คอลลาเจนจากปลา

ภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

  1. คอลลาเจนจากปลาทู

แหล่งคอลลาเจนจากปลาชนิดนี้ คนไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นปลาทะเลที่สามารถจับได้จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย โดยนอกจากจะมีรสชาติอร่อย นำมาประกอบอาหารได้ง่ายหลากหลายเมนูแล้ว ปลาทูยังจัดเป็นอาหารที่มีราคาถูกและเป็นแหล่งรวมสารอาหารมากมายไม่แพ้ปลาต่างประเทศราคาแพงอยากปลาแซลมอนหรือปลาทูน่าเลย

ปลาทูเป็นปลาทะเลอีกหนึ่งชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่มาก ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสมองแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน พร้อมมีความยืดหยุ่น กระชับขึ้น และยังช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกายได้ด้วย ปลาทูเป็นแหล่งของโปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ อย่างเนื้อหมูหรือเนื้อวัว ส่งผลให้ระบบย่อยไม่ต้องทำงานหนัก อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลาทูยังมีปริมาณค่อนข้างสูง ร่างกายก็จะได้รับโปรตีนจากปลาทูไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้มาก

เกร็ดความรู้

นอกเหนือจากปลาทะเลอย่าง ปลาแซลม่อน ปลาทูน่าและปลาทูแล้ว ปลาน้ำจืดอย่าง ปลานิล ปลาสวาย และปลาบึกสยามก็มีคอลลาเจนอยู่มากที่เดียวโดยเฉพาะบริเวณหนัง ซึ่งมีการนำหนังปลาน้ำจืดเหล่านี้มาสกัดเป็นผงคอลลาเจนเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆกันอย่างแพร่หลายส่วนกรรมวิธีจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปดูกันเลย

กรรมวิธีการสกัดคอลลาเจนจากปลาน้ำจืด
  1. นำหนังปลาน้ำจืดคัดแยกส่วนที่เป็นเนื้อหรือโปรตีนออกให้หมด

    ภาพจาก THAIRATH

  2. นำหนังปลาน้ำจืดแช่กระบวนการทางเคมีและทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง
  3. ใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์ล้างเพื่อปรับค่าให้เป็นกลาง
  4. หนังปลาน้ำจืดจะกลายเป็นวุ้นเหลวๆ
  5. นำไปล้างด้วยน้ำเกลือแกง
  6. นำหนังปลาน้ำจืดไปอบให้แห้ง
  7. จะได้เป็นผงขาวๆซึ่งกลายเป็นคอลลาเจนที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆนี้เอง

เมื่อเราได้รู้คุณประโยชน์มากมายจากปลาทะเลทั้งและปลาน้ำจืดกันไปแล้ว เราก็ควรหันมาเติมคอลลาเจนจากปลาเหล่านี้กันในปริมาณที่เหมาะสม แล้วก็อย่าลืมรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้ง่ายขึ้น

 

429 Too Many Requests
10 คอลลาเจนจากพืช ความลับผิวอ่อนเยาว์จากธรรมชาติ
มาใช้คอลลาเจนจากพืชช่วยลดอายุผิวของคุณกัน!แม้ว่าร่างกายของมนุษย์จะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่อเรามีอายุม
คอลลาเจนชนิดครีมบำรุงผิวใสเอาใจผิวสวย
คอลลาเจนคืออะไร?คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกายที่มักพบตามข้อต่อต่างๆในร่างกายและกระดูก คอลลาเจนเป็นตัวช่วยใน

コメント