สิวมาตอนมีประจำเดือนทุกที เป็นเพราะฮอร์โมนอย่างเดียวจริงหรอ ?

 

สิว ประ จํา เดือน

 

ต้องบอกก่อนว่าปัจจัยในการทำให้เกิดสิวมีหลายอย่าง เช่น  อาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูง มลพิษทางอากาศ การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การรักษาความสะอาดของร่างกาย การจับสัมผัสบริเวณใบหน้าบ่อย ๆ และรวมไปถึงฮอร์โมนที่อยู่ในร่างกายของเราด้วย

สาเหตุของการเกิดสิวประจำเดือน

สิวที่เกิดขึ้นในช่วงเป็นประจำเดือน จะมีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (Estrogen)  และฮอร์โมนเพศชายโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราทุกคนไม่ว่าจะเพศหญิงหรือเพศชาย และเป็นฮอร์โมนที่มีส่วนควบคุมภาวะไข่ตกและการมีรอบเดือนของเพศหญิง ในขณะที่เป็นประจำเดือนระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้นและกลายเป็นฮอร์โมนหลักในช่วงนี้ ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตความมันออกมาเยอะขึ้น ทำให้หน้ามันมากขึ้น รูขุมขนจึงมีโอกาสอุดตันได้ง่ายกว่าปกติ และความมันยังทำให้เชื้อแบคทีเรีย P. acnes ที่จะก่อให้เกิดสิวอักเสบเจริญเติบโตได้ดีขึ้นด้วย จึงเป็นที่มาของการเกิดสิวในช่วงเป็นประจำเดือนนั่นเอง

สิว ประ จํา เดือน

วิธีสังเกตว่าเป็นสิวประจำเดือนจริงหรือไม่

1. สิวเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในช่วงเวลาเดียวกันของทุก ๆ เดือน

วิธีสังเกตง่าย ๆ อันดับแรกให้ดูว่าในแต่ละเดือน สิวที่เกิดขึ้นมักจะเป็นในช่วงเวลาไหน เช่น ถ้าเป็นสิวก่อนประจำเดือนจะมาสัก 2 อาทิตย์ หรือจะเป็นสิวขณะที่เป็นประจำเดือนในทุก ๆ เดือน  ก็พอจะคาดเดาได้แล้วล่ะว่า นี่คือสิวประจำเดือน

2. สิวมักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในบริเวณเดิม

นอกจากที่เป็นสิวในช่วงเวลาเดิมเป็นประจำในทุก ๆ เดือนแล้ว สิวที่เป็นนั้นก็มักจะขึ้นในบริเวณเดิม ๆ อีกด้วย เช่น บริเวณคาง เพราะสิวที่เกิดจากฮอร์โมนในช่วงมีประจำเดือนมักจะขึ้นบริเวณคาง

3. สิวที่ขึ้นมักจะเป็นสิวอักเสบ

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ว่าช่วงที่เป็นประจำเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งจะส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ ทำให้มีโอกาสเกิดการอุดตันของรูขุมขนมากกว่าปกติ และนำไปสู่การเกิดสิวอุดตันขึ้นได้

วิธีการรักษาสิวประจำเดือน

  1. ลดความเครียด

ความเครียดและการวิตกกังวล ถือเป็นปัจจัยภายในที่ส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน เช่น คอร์ติโซล (Cortisol) แอนโดรเจน (Androgens) นูโรเปปไทด์ (Neuropeptides) เอนโดรฟีน (Endorphins) อินซูลิน (Insulin) และไซโตคินส์ (Cytokines) ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ มีโอกาสเกิดการอุดตันของไขมันได้มากขึ้น และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ นอกจากนี้ความเครียดยังสามารถส่งผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงาน การย่อยอาหารของร่างกาย อาจทำให้มีปัญหาในการนอนหลับ เกิดความรู้สึกหงุดหงิด หดหู่ได้อีกด้วย รู้ถึงผลเสียเยอะขนาดนี้แล้วต้องพยายามลดความเครียดกันได้แล้วล่ะ

สิว ประ จํา เดือน

 

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอนอกจากจะทำให้เกิดรอยดำ ถุงใต้ตา ผิวหมองคล้ำและผิวที่ดูล้าแล้วนั่น ยังส่งผลให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย อ้วนง่ายขึ้น สมรรถภาพทางเพศลดลง การทำงานของสมองและความสามารถในการตัดสินใจลดลงอีก โดยเฉลี่ยแล้วมนุษย์เราควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน การพักผ่อนที่เพียงพอจะส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพดีทั้งในด้านการฟื้นฟูพละกำลัง การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การเผาผลาญพลังงานที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ ช่วยให้ระบบต่าง ๆของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ โดยเฉพาะในเรื่องการทำงานของฮอร์โมนที่จะควบคุมการทำงานของร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนในร่างกายนี่แหละที่จะส่งผลต่อการเกิดสิว

 

  1. กินอาหารที่มีประโยชน์

การกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นการแก้ปัญหาสิวจากภายในสู่ภายนอก อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารที่มีดัชนีน้ำตาล (G.I) ในปริมาณสูง จำพวกอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปต่าง ๆ เช่น น้ำตาลทรายขาว ขนมปังขาว ของหวานหรืออาหารที่มีรสหวานจัด มันฝรั่ง ข้าวขาว แต่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีดัชนีน้ำตาล (G.I.) ในปริมาณที่ปานกลางถึงต่ำ เช่น อาหารจำพวกถั่ว ธัญพืชแบบเต็มเม็ด ผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ, อาหารที่อุดมไปด้วยฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตามธรรมชาติที่พบในอาหาร เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเลนนิล จะช่วยเสริมความสมดุลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกาย, อาหารที่มีกรดโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เช่น ปลาและอาหารทะเล เพราะเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย กรดโอเมก้า สามารถช่วยลดอาการอักเสบของผิวได้ และเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรือซิงค์มากขึ้น เช่น ผักใบเขียว คะน้า บล็อคโคลี เนื่องจากซิงค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวที่มีสุขภาพดี ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าซิงค์มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ P. acnes ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว

สิว ประ จํา เดือน

  1. การรักษาความสะอาด
  • อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานาน ๆ
  • ห้ามสัมผัสหรือจับบริเวณใบหน้าบ่อย ๆ โดยเฉพาะตรงจุดที่เป็นสิว
  • ไม่ควรสครับหน้าในขณะที่เป็นสิว
  • ควรล้างหน้าให้สะอาด 2 ครั้งต่อวัน
  • เช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาดทุกครั้ง
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าที่อ่อนโยน โดยระบุที่ผลิตภัณฑ์ว่า ไม่เป็นตัวก่อสิว (Non-comedo genic ) คือไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน

นอกจากการรักษาความสะอาดของร่างกายแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันและหลาย ๆ คนก็มองข้ามไปคือ การรักษาความสะอาดของของใช้ส่วนตัว เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน พัฟแต่งหน้า แปรงแต่งหน้า ซึ่งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้แหละที่สาว ๆ หลายคนมองข้าม แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

กระทู้สิวประจำเดือนจากทางบ้าน

ทำยังไงให้สิวช่วงก่อนเป็นประจำเดือนลดๆลงบ้าง

ตามชื่อกระทู้เลยจ้าา มีใครมีอะไรแนะนำมั้ย
จขกท เวลาก่อนประจำเดือนมา 1-2 อาทิตย์จะโดนสิวบุกอย่างรุนแรง
ทั้งๆที่ปกติเป็นคนไม่มีสิว เรียกว่าหน้าเยินกันเลยทีเดียว
สิวเม็ดเล็กๆมีหัวสีขาว ถ้าหนักหน่อยก็อักเสบ

กระทู้จาก Pantip : คุณสมาชิกหมายเลข 858818

อ่านกระทู้สิวประจำเดือนเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

หน้าเราก่อนเป็นประจำเดือน หน้าดีมาก หน้าใส ไม่มีสิวเลยจ้า แต่พอก่อนจะเป็น ปจด สัก 1 อาทิตย์ สิวมาล่ะ สิวบุกเต็มเลย แล้วมันไม่ยอมยุบแบบดีๆด้วยนะ ทิ้งรอยดำไว้เข้มมากเลย ตอนนี้เลยเซ็งๆเพราะมันเป็นทุกเดือน หน้าก็เลยจะมีทั้งสิว+ทั้งรอยสิว ก็เลยไม่ออกไปเที่ยว ไม่ไปไหนเลยเพราะอายหน้ามาก เลยอยากถามว่า พอจะมียาแต้มสิวตัวไหนเอาสิวประจำเดือนที่บุกหนักๆอยู่บ้าง แบบทาแล้วยุบด่วนๆ แนะนำมาได้เลยจ้า

กระทู้จาก Pantip : คุณสมาชิกหมายเลข 5013711

อ่านกระทู้สิวประจำเดือนเพิ่มเติมได้ที่นี่

ช่วงใกล้เป็นประจำเดือน เราจะมีสิวผด สิวเสี้ยนขึ้นเต็มหน้าเลย ทำให้ดูไม่เนียน เป็นเม็ดๆ ยิ่งแถวๆขอบปาก คาง บางทีมันจะอักเสบขึ้นมา  แต่งหน้าไม่สวย คือเราเซงละบางทีมันคัน อดบีบไม่ได้ พอบีบก้เป็นรอยอีก พอรอยหายก็วนมาครบรอบ เป็นอีก โอ้ยยยใครมีสมุนไพรอะไรแนะนำไหมคะ พวกยาสตรีช่วยได้ไหมม กลุ้มมมากก

กระทู้จาก Pantip : คุณสมาชิกหมายเลข 2391371

อ่านกระทู้สิวประจำเดือนเพิ่มเติมได้ที่นี่

สรุปสิวประจำเดือน

รู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะว่า สิวประจำเดือนเกิดจากอะไร และจะมีวิธีป้องกันและดูแลรักษายังไงไม่ให้สิวประจำเดือนผุดขึ้นบนหน้าเราแบบไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ ถึงแม้เราจะควบคุมฮอร์โมนไม่ได้ แต่เราก็สามารถดูแลผิวหน้าของเราให้สิวประจำเดือนขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการทานของที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดลง เพราะช่วงประจำเดือนจะเป็นช่วงที่สาว ๆ มักจะมีอารมณ์แปรปรวน ดังนั้น เราจึงควรดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพผิวของเราด้วยนะคะ