ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ แพ้ท้องหนักมาก อันตรายหรือเปล่า ?

คุณแม่ตั้งครรภ์มีอยู่ 3 ประเภท ประเภทแพ้ท้องพอประมาณ ประเภทไม้แพ้ท้องเลย และประเภทสุดท้ายคือแพ้ท้องหนักมาก และอาการแพ้ท้องเหล่านี้ยังไม่มีสาเหตุที่สามารถระบุได้ชัดเจนเลยว่าเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่

เพราะคุณแม่แต่ละคนแพ้ท้องต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่การแพ้ท้องหนักมากนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน มาหาคำตอบกันได้ที่นี่เลย

อาการแพ้ท้อง อย่างรุนแรงคืออะไร?

อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หิวมากและหิวบ่อย แต่ทานอาหารไม่ได้ อาเจียนทุกครั้งที่มีอาหารเข้าไป ไม่สามารถดื่มน้ำได้และอาการแพ้ท้องที่กระทบชีวิตประจำวัน ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ รวมถึงทำให้ร่างกายมีสภาวะขาดน้ำ น้ำหนักลดลง

อาการแพ้ท้องรุนแรงเกิดจากสาเหตุอะไร

อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้น ไม่มีสาเหตุไหนเลยที่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าอาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร แรงกระตุ้นคืออะไร แต่ฮอร์โมนมีส่วนสำคัญในการแพ้ท้อง และสาเหตุที่เป็นไปได้อีกดังนี้

  • ท้องฝาแฝด
  • การเจริญของเนื้อเหยื่อมดลูกผิดปกติ
  • การบีบตัวที่ผิดปกติของทางเดินอาหาร
  • ตับทำงานผิดปกติ
  • ความผิดปกติจากไขมันในเลือด
  • ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ฮอร์โมน HCG, ฮอร์โมนเอสโตรเจน, ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

มีผลกระทบต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน

ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์

มีผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์มีสภาวะขาดน้ำ และน้ำหนักลดลง ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้ามของคนตั้งครรภ์โดยสิ้นเชิง ทำให้ลูกน้อยไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ซึ่งคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้เกิดอาการแพ้ท้องนานเกินไป

ต้องรีบเข้าพบแพทย์เพื่อให้น้ำเกลือและสารอาการที่โรงพยาบาล และอาการแพ้ท้องในบางรายไม่ได้เป็นอันตรายต่อลูกในท้องแต่จะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ใช้ชีวิตลำบากมากขึ้นเท่านั้นเอง แต่ถึงยังไงคุณแม่ไม่ควรละเลยในการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คว่าลูกในท้องยังมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่

ป้องกันอาการแพ้ท้องรุนแรงเมื่อตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ขึ้นไป

ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับที่ดีสามารถเยียวทุกสิ่งที่ร่างกายเราเจอ คุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ควรหาเวลานอนกลางวันเพื่อป้องกันการอ่อนเพลียของร่างกาย และเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่

2. ห้ามปล่อยให้ท้องว่าง

การทานอาหารให้ตรงเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคุณแม่ เนื่องจากมีอีกหนึ่งชีวิตที่รอรับสารอาหารจากเรา จำทำให้คุณแม่หิวบ่อยมากกว่าปกติ จึงต้องคอยทานอาหารในปริมาณที่น้อย แต่ต้องบ่อยครั้ง ป้องการไม่ให้ตัวเองหิวจนหน้ามืดหรือมีวิงเวียนศีรษะร่วมด้วย

3. ของว่างและยาดมต้องเตรียมให้พร้อม

อาการวิงเวียนศีรษะในคนท้องเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นการมีของว่างติดกระเป๋าที่จะช่วยให้อยู่ท้องแหละไม่หิวมากเกินไป แต่เลือกเป็นธัญพืชสลับกับหนมปังในแต่ละวันเพื่อสารอาหารที่เพิ่มขึ้น ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่ายคุณแม่จะได้ไม่รู้สึกแน่นท้องและการพกยาดมช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์หายใจได้สะดวกและสดชื่นมากขึ้น

4. เข้าใจอารมณ์ของตัวเอง

ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ฝึกให้ตัวเองรู้ทันอารมณ์ตัวเอง เมื่อหงุดหงิดหรือมีอะไรไม่ได้ดังใจให้คุณแม่สูดหายใจเข้าลึกๆ ให้เต็มปอด รวมถึงเมื่อคุณแม่ต้องรับมือกับความกังวลและความเครียดของตัวเองให้ใช้ทริคนี้เพื่อจะช่วยให้อารมณ์ของเราสเถียรที่สุด และการคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ระบายอารมณ์ออกไปจะช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น

5. หลีกเลี่ยงสถานที่ร้อน อบอ้าว คนแน่น แออัด

สถานที่เหล่านี้จะกระตุ้นการแพ้ท้อง เพราะจะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์เวียนหัวและคลื่นไส้อาเจียน มากไปกว่านั้นคือเสี่ยงที่จะเป็นลมมาก ๆ  เพราะหายใจไม่ทัน

การระมัดระวังตัวเอง ทำให้อาการแพ้ท้องทุเลาลง

ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์

การที่คุณแม่เตรียมพร้อมกับอาการแพ้ท้อง แม้ยังไม่ทราบว่าตัวเองจะแพ้หรือไม่นั้นถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการรู้ทันตัวเอง ตั้งรับวันที่คุณแม่จะอาการแปลกและตางไปจากเดิม และเมื่อมีอาการเหล่านี้เราจะรับมือได้ค่อนข้างดี

เช่นการหลีกเลี่ยงต่าง ๆ จากด้านบน จะช่วยให้อาการแพ้ท้องที่คุณแม่ต้องเจอทุเลาลง หรือไม่มีเลยก็ได้ อาการและกลิ่นเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องระวังเพราะกระตุ้นอาการอาเจียนและเวียนหัวได้

 

บทสรุปของบทความ

สรุปแล้วว่าอาการแพ้ท้องจะอันตรายต่อเด็กก็ต่อเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์รับประทานอาหารไม่ได้เลย มีสภาวะขาดน้ำและสารอาหาร นี่คือสัญญาณที่ไม่ดีส่งผลให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้

แต่ถ้าคุณแม่ยังรับประทานได้ปกติแต่มีอาการแพ้ท้องหนักมากจากอาการเวียนหัว อาเจียนต่าง ๆ จะเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่เอง ซึ่งคุณแม่สามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันตัวเองจากการกระตุ้นอาการแพ้ท้องได้ตามที่แนะนำไปลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ

 

コメント