9# สัญญาณเตือน “ท้องนอกมดลูก” อันตรายถึงชีวิต

ท้องนอกมดลูก

ผู้หญิงหลายๆคนฝันอยากจะมีลูกน้อยมาเป็นเพื่อนคลายเหงาเรากันนะคะ แต่ก็มีบางคนที่พยายามแทบตายก็ไม่มี หรือบางคนก็ยังอยู่ในช่วงตามหาคุณพ่อของลูกกันอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้น วันนี้แอดมินอยากมาเล่าสู่กันฟังถึงอาการที่หลายๆคน อาจจะนึกไม่ถึงว่าสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ หากเราเป็นหนึ่งในคนที่อยากมีลูก นั่นคือ อาการ ท้องนอกมดลูก นั่นเองค่ะ

ท้องนอกมดลูกคืออะไร ?

อาการท้องนอกมดลูก  ก็คือ เป็นภาวะที่รังไข่ของแม่ๆได้รับการผสมกับเสปิร์ม จนกลายเป็นตัวอ่อนฝังตัวลงไปเรียบร้อย แต่…แต่บริเวณที่เจ้าสเปิร์มตัวนี้ไปฝังดันไม่ใช่ผนังมดลูกนี่หล่ะค่ะ ปัญหาใหญ่ ซึ่ง มักจะเกิดขึ้นบริเวณ ท่อน้ำไข่ (ปีกมดลูก) ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเติบโตไปเป็นทารกน้อยของเราได้นั่นเองค่ะ

มีภาพประกอบด้านล่าง จะสังเกตุได้ว่า หากสเปิร์มฝังในรังไข่ปกติจะเป็นแบบภาพด้านซ้ายมือ พื้นหลังสีฟ้าค่ะ แต่ถ้าหากดันฝังผิดที่ ก็จะเป็นตามด้านขวาเลยค่ะ ซึ่งแต่ละจุดก็มีการเรียกตำแหน่งการฝังแตกต่างกันไป แต่นั่นมันลึกไปค่ะ เอาเป็นว่าเรารู้ว่า หากฝังที่อื่นที่ไม่ใช่รังไข่ นั่นคือ ท้องนอกมดลูกแล้วค่ะ

ท้องนอกมดลูก

ขอบคุณที่มาภาพจาก : https://www.flickr.com/

 

สาเหตุของการเกิดท้องนอกมดลูกคืออะไร ?

แค่เราอยากมีลูก ยังต้องมากลัวอาการนี้อีก แล้วสาเหตุมันเกิดจากอะไรได้บ้างนะ จากที่ได้ถามคุณหมอเฉพาะทางมานะคะ ส่วนใหญ่แล้วการท้องนอกมดลูกนี้จะเกิดขี้นในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังจากที่ไข่ผสมกับสเปิร์มนั่นแหละค่ะ ซึ่ง โดยทั่วไปแล้วเมื่อไข่ผสมกับสเปิร์มแล้ว จะอยู่ในท่อนำไข่ประมาณ 3-4 วัน แล้วจึงค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปฝังในผนังมดลูกค่ะ

ซึ่งเมื่อเข้าไปฝังในผนังมดลูกได้เรียบร้อย ก็จะเกิดขั้นตอนการพัฒนาเป็นตัวอ่อนและเจริญเติบโตมาเป็นทารกน้อยที่เรารอคอยกันค่ะ

แต่การท้องนอกมดลูกนี้ ไข่ที่ผสมแล้วมักจะไปฝังตัวตรงส่วนอื่น เช่น ท่อนำไข่ หรือในอวัยวะอื่นๆ ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้น้อยนะคะ เช่น ปากมดลูก รังไข่ พื้นที่ว่างในช่องท้อง หรือแม้แต่บริเวณรอยแผลเป็นจากการผ่าคลอดก่อนหน้าก็ได้ค่ะ แม่นี่เสียวๆรอยแผลที่เพิ่งผ่าคลอดไปเลยค่ะ แต่ยังไม่มีแพลนมีน้อง คงยังไม่ต้องกลัวแหละเนอะ ฮ่าๆ

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการท้องนอกมดลูกมีอะไรบ้าง ?

ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือหลากหลายมากเลยค่ะ ที่ได้ศึกษาและถามคุณหมอมาก็จะมีได้หลายปัจจัยเลยค่ะซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเกี่ยวกับช่วงล่างของเรานี่แหละค่ะ จะแบ่งได้ 2 ลักษณะคือ

1. หากเคยมีประวัติที่ทำให้เกิดแผลเป็น หรือความผิดปกติกับช่วงล่างของเรา ได้แก่

  • เคยมีประวัติท้องนอกมดลูกมาก่อน ก็สามารถเกิดซ้ำได้ค่ะ
  • การใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด
  • มีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดก่อนหน้าที่บริเวณอุ้งเชิงกราน
  • เคยทำหมันหญิง หรือการผ่าตัดแก้หมันหญิง
  • การใช้ยาเพื่อช่วยรักษาภาวะมีลูกยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว
  • ท่อนำไข่ได้รับความเสียหาย มีลักษณะผิดรูปผิดร่าง

2. เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย ได้แก่

  • มีภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ มดลูกอักเสบ ท่อนำไข่อักเสบ รังไข่เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • ความผิดปกติของการพัฒนาภายในไข่หลังการปฏิสนธิ
  • เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนในกระบวนการตั้งครรภ์
  • หากมีอายุตั้งแต่ 35 ปี ขึ้นไป ทำให้มีความเสี่ยงที่อวัยวะในระบบสืบพันธุ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือทำงานด้อยประสิทธิภาพลง

9 สัญญาณเตือน “ท้องนอกมดลูก” อันตรายถึงชีวิต

มาถึงไฮไลท์ของบทความนี้กันแล้วค่ะนั่นก็คือ อาการอะไรที่จะบ่งชี้ว่าเราจะเป็นการท้องนอกมดลูกได้บ้าง ทั้งนี้ทั้งก็จะเกิดเฉพาะคนที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยนะคะ ซึ่งในระยะแรกของการท้องนอกมดลูกนั้น มักจะไม่ค่อยมีอาการแสดงชัดเจน แต่จะมีสัญญาณคล้ายการตั้งครรภ์แทน ดังนั้นต้องสังเกตุร่างกายตัวเองดีๆ หรือไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่านะคะ

  1. ประจำเดือนไม่มา หรือ ผิดปกติจากรอบที่เราเคยมี รวมทั้งมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย
  2. มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเล็กน้อย [ถ้าเป็นแม่เอง แม่สับสนแน่นอนค่ะ เอ๊ะ? นี่เลือดล้างหน้าเด็กรึเปล่านะ ตื่นเต้นดีใจไปก่อนแล้วค่ะ]
  3. รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว หน้ามืด หรือหมดสติ [ซึ่งอาการนี้มักจะเกิดจากการที่กาท้องนอกมดลูกแล้วแตก มีเลือดออกในช่องท้องมาก ทำให้ร่างกายเรารับไม่ไหว]
  4. เจ็บหน้าอก คล้ายอาการคัดเต้านม
    สำหรับ 4 ข้อแรกนั้น ต้องสังเกตุร่างกายตัวเองดีๆจริงๆค่ะ เพราะอาการคล้ายการตั้งครรภ์เบื้องต้นจริงๆ แต่หากเกิดอาการตามข้อด้านล่าง นั่นแสดงว่าออาจเกิดความเสียหายกับท่อนำไข่ของเราแล้วค่ะ ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนเลยนะคะ ได้แก่
  5. ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน
  6. มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดจำนวนมาก
  7. ปวดไหล่ ปวดคอ ปวดบริเวรทวารหนัก
  8. หน้ามืดเป็นลม วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง
  9. มีภาวะช็อค

สรุป 9 สัญญาณเตือน “ท้องนอกมดลูก” อันตรายถึงชีวิต

เป็นยังไงกันบ้างคะ จะมีลูกทั้งทียังต้องกังวลกับอาการต่างๆอีก แต่ยังไงก็ตาม หากเราอดทนและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งเสี่ยงน้อยค่ะ คิดซะว่ามันก็เป็นเพียงแค่อุปสรรคเล็กๆน้อยๆ เพื่อการได้เห็นใบหน้าน้อยๆก็ทำให้โลกของเราสดใสได้แล้วหล่ะค่ะ

ท้องนอกมดลูก

ขอบคุณภาพจาก : freepik

コメント