ซื้อประกันสุขภาพแบบไหน ถึงตอบโจทย์การใช้ชีวิต !?

ซื้อ ประกันชีวิต สุขภาพ

สวัสดีค่าเพื่อน ๆ เรามีคำถามว่าถ้าเพื่อน ๆ เลือกระหว่าง “การไม่มีหนี้” หรือ “การไม่มีโรค” เพื่อน ๆ จะตัดสินใจเลือกสิ่งไหนให้แก่ตนเอง มันอาจจะทำให้เรารู้สึกคิดไม่ตกเพราะเป็นสิ่งที่ดีต่อตนเองทั้งนั้น แต่การมีหนี้สินเรายังสามารถกำหนดได้ว่าจะมีเท่าไหร่เพราะมันขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตนเองกันทั้งนั้น ในเเรื่องของสุขภาพ โรคภัยนี่แหละค่ะ ที่ไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ตายตัวได้เลยว่าไหม ถ้ามันจะเกิดก็ไม่สามารถห้ามได้

ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือด้วยการดูแลสุขภาพหรือซื้อประกันคอยคุ้มครองจึงดูเป็นทาเลือกสำรองที่ดีที่สุด เราทำทำความรู้จักกับประกันประเภทต่างๆ ว่ารูปแบบประกันแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณ หากพร้อมแล้วมาค้นหาคำตอบได้ที่นี่เลยค่ะ

ประเภทของประกันสุขภาพ มี 4 ประเภท

เราเริ่มจากการทำความรู้จักกับเจ้าสิ่งนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ ประกันสุขภาพ คือ การสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของเรา โดยเราจะมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเบี้ยประกันจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เราได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง ตลอดอายุสัญญาที่ตกลงกันเอาไว้

ประเภทที่ 1 : รักษาในกรณีที่เราเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และแบบผู้ป่วยใน

  • การประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) ได้แก่ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันรับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หรืออยู่โรงพยาบาลน้อยกว่า 6 ชั่วโมง เช่น การฉีดวัคซีน เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยไม่ได้รุนแรง หรือสามารถพบแพทย์ ทำการรักษาและกลับบ้านได้เลย เป็นต้น
  • การประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD)  ได้แก่ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และรวมถึงถึงการที่โรงพยาบาลรับตัวผู้ป่วยหรือผู้เอาประกันไว้ แต่เสียชีวิตลงภายใน 6 ชั่วโมงหลังจากการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ประเภทที่ 2 : การเกิดอุบัติเหตุ ประกันจะมีผลก็ต่อเมื่อเราได้รับอุบัติเหตุและได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

  • ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (ECIR) บางโรคนั้นเป็นโรคที่ต้องใช้เวลาในการการรักษายาวนาน และมีค่าใช้จ่ายกในการรักษาสูง เช่นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือโรคอื่นๆที่อยู่ในกำหนดของผู้รับประกัน หรือบริษัทประกัน ประกันสุขภาพโรคร้ายแรงจึงเกิดขึ้น เพื่อให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษา เพราะประกันสุขภาพทั่วไปนั้นอาจไม่ครอบคลุมโรคที่จะเกิดขึ้นได้

แบบที่ 3 : ทุพพลภาพ หรือการสูญเสียความสามารถ

  • ประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ (PA)  ได้แก่ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ต่างๆโดยเล็กน้อย หรือหนักจนทำให้สูญเสียความสามารถ ไปจนถึงเสียชีวิต บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาตัวของเรา ถ้าหากร้ายแรงถึงขั้นต้องสูญเสียอวัยวะทำให้สุญเสียความสามารถ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ผู้รับประกันหรือ บริษัทประกันจะทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกัน

แบบที่ 4 : ชดเชยรายได้

  • ชดเชยรายได้ ได้แก่ความคุ้มครองเกี่ยวกับรายได้ของผู้เอาประกันในระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยบริษัทประกันจะชดเชยค่าสินไหมทดแทนเป็นรายวันให้ วันละ 300 บาท 500 บาท หรือวันละ 1,000 บาท แล้วแต่การคุ้มครองของผู้รับประกันหรือ บริษัทประกันในแต่ละบริษัทจะมีข้อกำหนดต่างกันออกไป (แต่ละกรมธรรม์) ซึ่งเงินจำนวนนี้จะเป็นเงินในการชดเชยรายได้เมื่อเราไม่สามารถทำงานได้ในระหว่างการพักรักษาตัวนั่นเองค่ะ

การซื้อเลือกประกันสุขภาพ 2 รูปแบบ

รูปแบบที่ 1 คือ ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพแบบรายบุคคล สัญญาจะมีผลบังคับปีต่อปีเท่านั้น มีการพิจารณาให้ในทุกๆ ปีและเบี้ยประกันต่ำกว่าประกันประเภทอื่นๆ

รูปแบบที่ 2 คือ ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพแบบหมู่ สัญญามีผลบังคับต่อเนื่องตามสัญญาหลัก และไม่เกินอายุรับประกันต่อเนื่องสูงสุดตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งในแต่ละบริษัทก็จะมีข้อตกลงและข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป

ใครเหมาะกับการซื้อประกัน ?

ใครสามารถทำประกันได้บ้างคะ ?

ผู้ที่ต้องการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินเอาไว้ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด บางคนที่ต้องการรักษาเงินเก็บที่มีอยู่ไว้ใช้จ่ายยามเกิดเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ก็จะเลือกทำประกันสุขภาพแทน เพื่อตรงต่อจุดประสงค์ที่สุด

เจ้าของกิจการ หรือ ฟรีแลนซ์

สามารถเลือกการทำประกันสุขภาพแบบผู้ป่วยนอก หรือประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เราแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างสบายใจ เวลาที่ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยกระทันหัน

 

แล้วถ้าผมเป็นพนักงานบริษัท ควรทำแบบไหนดีครับ ?

พนักงานบริษัททั่วไป ส่วนใหญ่ทางบริษัทก็จะมีประกันสังคมที่ทางบริษัททำให้อยู่แล้วซึ่งจะหักจากเงินเดือนของทุกเดือน หรืออาจเลือกซื้อประกันสุขภาพประเภทที่ชดเชยรายได้ระหว่างต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือ จ่ายค่าห้องให้ เพื่อให้เราเพิ่มความสะดวกสบายในการย้ายห้องพักไปยังห้องที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้เรายังสามารถนำเงินที่เราจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วยนะคะ

ประกันสุขภาพคุ้มครองอะไรบ้าง

ซื้อ ประกันชีวิต สุขภาพ

เวลาที่คุณเกิดจากการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ โดยบริษัทประกันจะ ชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมด 7 อย่าง ดังนี้
1. ชดเชยค่าห้องพักในโรงพยาบาล ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการอื่นๆ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน จากการเกิดอุบัติเหตุตามข้อกำหนดของบริษัทประกัน (ตามกรมธรรม์)
2. ชดเชยค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด ค่าที่ปรึกษาทางการแพทย์
3. ชดเชยค่าใช้จ่ายที่ได้รับการดูแลจากแพทย์ค่าใช้จ่ายในการรักษาในการทำฟัน
4. ชดเชยค่าใช้จ่ายกรณีคลอดบุตร
5. ชดเชยค่าใช้จ่ายเมื่อรับรักษาที่คลินิก ในโรงพยาบาลหรือส่วนของผู้ป่วยนอก
6. ชดเชยค่าบริการเมื่อให้แพทย์ และพยาบาลพิเศษมาดูแล
7. ชดเชยระหว่างต้องนอนโรงพยาบาล (การเสียรายได้ในการรักษา)

บทสรุปในการเลือกทำประกันในแต่ละประเภท

 

การทำประกันสุขภาพ ถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะปัจจุบันค่ารักษาพยาบาลมีราคาสูง หากมีการล้มป่วยแบบกะทันหันขึ้นมาโดยไม่มีการวางแผนเรื่องการเงินไว้ล่วงหน้า อาจกระทบต่อการดำรงชีวิตด้านอื่นๆ ได้นั่นเองค่ะ

เมื่อเข้าใจความสำคัญและความแตกต่างของประกันสุขภาพแต่ละประเภทแล้ว เพื่อนก็จะสามารถเลือกเปรียบเทียบพร้อมซื้อประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองเหมาะกับความต้องการของเราเองได้ เพื่อมาเป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายใ​นอนาคตของตัวเราและครอบครัวนั่นเองค่ะ

 

コメント