「แชร์ประสบการณ์」เมื่อสาวออฟฟิศสายปาตี้ กลายเป็นคุณแม่ตั้งท้องกระทันหัน [18+]

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้แอดมินจะมาแชร์ประสบการณ์ของแอดมินเองค่ะ เรียกว่าเม้ามอยละกันเนอะ ว่าชีวิตของแอดมินเองจากสาวออฟฟิศสายปาตี้นี้ อยู่ดีๆกลายเป็นคุณแม่ตั้งท้องกระทันหัน แล้วต้องเจอกับอะไรบ้าง สปอยก่อนเลยว่ายาวนะจ้ะ เตรียมตัวววววว ไป!!

01# ชีวิตก่อนที่จะรู้ว่าเป็นคุณแม่ตั้งท้อง

ท้อง

แอดมินก็เป็นมนุษย์เงินเดือนวัยแรกเริ่มนี่แหละค่ะ เรียนจบมา ได้งานทำ พอมีงานมีเงินเป็นของตัวเอง ตอนแรกแอดมินก็คิดนะ ว่าคงจะไม่กล้าใช้เงินแน่เลย โหย กว่าจะทำงานแลกมาได้ /ตัดภาพมาค่ะ

คุณเขาใช้ยับเลยค่ะ หามาเอง ใช้เอง ไม่ต้องเกรงใจใคร ใช้ไปกับอะไรบ้างนั้น ก็มีตั้งแต่ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าที่พัก(พอดีบ้านแอดมินอยู่ไกล แล้วต้องมาทำงานกลางเมือง เลยหาหอเช่าอยู่ดีกว่า แล้วก็เลยออกค่าใช้จ่ายเอง เพราะไม่อยากเป็นภาระพ่อแม่)

ที่กล่าวไปข้างต้นก็เป็นพวก fixed cost อ่ะแหละค่ะ แต่มันมีที่ไม่ใช่ fixed cost แล้วงอกหนักมาก นั่นก็คือ ค่า entertainment ตัวเองนี่แหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ค่าเครื่องสำอาง ค่าปาตี้ สิ่งนี้เลยค่ะตัวดี อย่างที่บอก เงินเรา เราใช้คุ้มมากค่ะ

ยิ่งอยู่หอแล้ว ใช้ชีวิตอิสระมาก เรียกได้ว่าแอดมินคือปาตี้เกิลเลยค่ะ ที่ทำงาน ทำ จันทร์-ศุกร์ ก็คือ ออกทุกศุกร์ หลังๆยิ่งหนัก ไม่ต้องศุกร์ก็ออกแล้วค่ะ พุธบ้าง ศุกร์บ้าง แล้วแต่ว่างานมากน้อยขนาดไหน แล้วยิ่งมีเพื่อนร่วมงานที่ไลฟ์สไตล์เดียวกัน

ยิ่งแล้วใหญ่ แต่ไม่ได้บอกว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มันไม่ดีนะคะ เพียงแต่ถ้าเรารู้ตัวเองตลอด มีสติในการใช้เงิน ใช้ชีวิตก็จะดีค่ะ แต่แอดมินเองก็ยังมีพลาด..

02# เมื่อร่างกายผิดปกติ จนต้องลองตรวจดู

ท้อง

ลืมบอกไปว่าแอดมินมีแฟนที่คบกันมาซักพักและอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ พ่อแม่รับรู้ คือแอดมินเป็นคนเปิดเผย ค่อนข้างชัดเจนในการใช้ชีวิต

จะทำอะไร จะตัดสินใจอะไร ส่วนใหญ่จะเลือกด้วยตัวเอง แล้วบอกพ่อแม่ค่ะ ไม่ชอบโกหก ปิดบัง และด้วยความที่แอดมินเองทำตัวค่อนข้างรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว ผู้ใหญ่ก็เลยปล่อยให้เราชีวิตเอง เดินเองตามสบายค่ะ

ทีนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่า แอดมินกับแฟน ตกลงกันว่า เราทั้งคู่ไม่ชอบการใส่ถุงยาง ดังนั้นเราต้องหาวิธีการคุมแบบอื่น ซึ่งคำตอบก็คือ การกินยาคุมแบบรายเดือนค่ะ

ซึ่งส่วนตัวแอดมินว่า มันดีมากเลยนะคะ ช่วยปรับสมดุลย์ฮอร์โมน ถ้าเลือกยี่ห้อที่ถูกกับตัวเราก็จะไม่แพ้ ไม่มีผลข้างเคียงมากมายค่ะ ปกติแอดมินก็จะกินยานี้ตลอด แต่พอเราทำงานหนัก แล้วก็ปาตี้ด้วย ทำให้บางทีลืมกินยา

บวกกับการใช้ชีวิตที่ work hard play harder สุดๆของแอดมิน ทำให้ร่างกายเกิดผิดปกติขึ้นค่ะ นั่นก็คือ ปกติแล้วการกินยาคุม เมื่อยาหมด ประจำเดือนก็จะมา ถูกมั้ยคะ แต่ว่าของแอดมิน ด้วยความที่ขี้ลืม กินยาไม่ค่อยตรงวัน บางวันลืม 2-3 วันติดกัน ร่างกายเลยรวน เวลาประจำเดือนมา ก็มาน้อย หรือไม่มา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แอดมินก็ยังใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอยู่ค่ะ

แต่คืนนั้นแอดมินก็ซื้อที่ตรวจเตรียมไว้แล้วแหละ แล้วก็ไปปาตี้กับเพื่อนๆ โซนข้าวสาร ทีนี้คืนนั้น เพื่อนของแอดมินเป็นนักคราฟท์ คราฟท์ทุกสิ่งทุกอย่าง นางทำวอดก้าเก็กฮวยมาให้เพื่อนๆกินจ้ะ ก็คือ ไหลลื่นมาก หวาน หอม

แล้วมันคือขวดลิตรใหญ่ๆ แอดมินซัดกันไปหนักมากค่ะ จนฟุบคาโต๊ะไป ซึ่งปกติแล้วแอดมินเป็นคนคอแข็งมากๆค่ะ จะอยู่ยันเช้ากับเพื่อนๆตลอด

แต่วันนั้นคือฟุบ ก็เอ๊ะ!? กับร่างกายตัวเองเหมือนกันว่าแบบ เห้ย เราไม่ไหวแล้วหรอ คืนนั้นก็คือ แฟนแอดมินหามกลับห้องค่ะ ตื่นเช้ามา ก็แฮงค์ๆ มึนๆ นึกขึ้นได้ว่าประจำเดือนยังไม่มา แล้วซื้อที่ตรวจครรภ์มาแล้ว เลยลองตรวจดูค่ะ ซึ่ง เกริ่นก่อนว่า อย่างที่บอกว่าแอดมินใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง และลืมกินยาบ่อย ดังนั้นเหตุการณ์ซื้อที่ตรวจครรภ์นี้ก็เกิดขึ้นบ่อยเหมือนกันค่ะ แล้วก็รอดทุกครั้ง ดังนั้น ก็เลยคิดว่ารอบนี้ก็คงรอดเหมือนกัน..

แต่รอบนี้ไม่รอดแฮะ ขึ้น 2 ขีดแบบจางๆ เอาจริงๆช็อคนะคะ ถึงขั้นรีบวิ่งลงไปซื้ออีกอันมาตรวจ แล้วก็ใช่ค่ะ 2  ขีดเหมือนเดิม…เอายังไงดี

03# รู้ว่าท้อง ทางเลือกของชีวิต

ท้อง

ตอนนั้นถ้าเป็นฉากในหนังก็คือ รอบข้างดำมืด มีสปอตไลท์ส่องมาเลยจ้ะ ส่วนอิแอดมินก็คือทรุดอยู่กับพื้นในห้องน้ำอ่ะ  ตอนนั้นคือ ภาพแฟลชแบคค่อยๆขึ้นมาทีละเรื่อง

เรื่องงาน – กำลังไปได้ดี เพิ่งเลื่อนตำแหน่ง เพิ่งขึ้นเงินเดือน ถ้าเราท้องโตไปทำงานจะเป็นยังไง เราจะทำงานดึกๆหามรุ่ง หามค่ำไม่ได้ จะเป็นตัวถ่วงทีมไหม

เรื่องเงิน – มีเงินเก็บก็จริง แต่มันไม่พอสำหรับเลี้ยงชีวิตหนึ่งชีวิตเลย ทำยังไงดี

เรื่องครอบครัว – ปกติเป็นเสาหลักของบ้าน ถ้าเราต้องมาเลี้ยงลูก เราก็ไม่สามารถเป็นเสาหลักให้ที่บ้านได้ ทำยังไงดี

…………………………………………………………………….

พอเราปรึกษาแฟน แฟนก็ยังไม่พร้อม ไม่พร้อมเลย เพราะเขาต้องการเป็นนักดนตรี ชีวิตกำลังจะเริ่ม ถ้าต้องเลี้ยงลูกด้วยไม่ไหวแน่ๆ ณ วินาทีแรกที่ตัดสินใจคือ ทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า ไม่ไหว เรายังไม่พร้อม เลยนัดกันว่าอีก 3 วันแฟนจะพาไปคลินิกเพื่อเอาออก

เพราะถ้านับจากวันที่ประจำเดือนหายไป น่าจะยังไม่ถึงเดือน…แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ แอดมินยอมรับเลย ไม่ไหว ไม่กล้า ถึงแม้จะรู้ว่าจริงๆแล้วตอนนี้เล็กเท่าเม็ดถั่ว ก็ไม่เอา ทำไม่ลง เลยทะเลาะกับแฟนไป 1 แมช เลยเปลี่ยนจากการไปทำแท้งเป็นฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแทน

04# ตัดสินใจทำให้ชีวิตพลิกผัน

ท้อง

เรากับแฟนถึงแม้จะทะเลาะกันแต่ก็ยังอยู่ข้างๆกันแหละ ส่วนเรา เราบอกครอบครัวตั้งแต่อาทิตย์แรกที่รู้ ส่วนของแฟน ครอบครัวแฟนเป็นคนหัวโบราณและเลี้ยงลูกแบบ bossy ทำให้แฟนเราไม่กล้าบอก เลยขอเวลา 3 เดือนเพื่อเตรียมตัวเรื่องต่างๆ เพื่อไปบอก เพราะตั้งแต่เราคบกับแฟนมา

เคยพาไปเจอครั้งเดียว แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย เพราะแฟนไม่ชอบครอบครัวตัวเอง ส่วนใหญ่แฟนจะไปเที่ยวกับทางครอบครัวเรามากกว่า พอตัดสินใจเก็บไว้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาพร่างกาย สภาพจิตใจ การใช้ชีวิต

สภาพร่างกาย – พอเข้าช่วง 2-3 เดือนแรก คือเราแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรก็ไม่สบายท้อง อ้วกออกหมด แถมผิวพรรณก็พังไปเลย เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนกระทันหัน รวมทั้งช่วงท้องเราน้ำหนักขึ้นไปถึง 22 โล ก็คือเท้าบวม ปวดสะโพกมากๆเพราะต้องแบกน้ำหนักท้องที่ใหญ่มากและน้ำหนักตัว

สภาพจิตใจ – ซึ่งข้อบนที่กล่าวไปนั้น ส่งผลเต็มๆกับสภาพจิตใจของเรา เพราะจากคนที่ลุยงานเต็มที่ ไปไหน ไปกัน อยู่ยันเช้าได้ ร่างกายเรากลายเป็นทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ต้องรักษาสุขภาพกว่าเดิมเพื่อเด็กในท้อง จะแต่งหน้าสวยๆก็ไม่ได้เพราะหน้าพัง ต้องบำรุงแทน

การใช้ชีวิต – จากที่เราทั้งดูดบุหรี่และเหล้า เราเลิกทันที แบบ immediately เลย คือเราก็ไม่รู้ว่าถึงแม้จะอายุครรภ์เท่าไหนถึงห้ามกิน แต่เราก็ป้องกันไว้ก่อน และพอแฟนบอกบ้านแฟนปุ๊บ เขาก็จัดงานแต่งยกน้ำชาเฉพาะญาติสนิท

และให้เราเข้ามาอยู่บ้านเขาทันที เพื่อจะได้ดูแลสะดวก ทำให้เราต้องมาทำความรู้จักครอบครัวใหม่อีก 1 ครอบครัวแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งสำหรับเราครอบครัวนี้ดีมาก ๆ จริง ๆ ไม่รู้สึกเสียใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้ ทุกคนต้อนรับเราอย่างดี

05# เรื่องตื่นเต้นก่อนวันคลอด

ช่วงที่เราฝากครรภ์ก็มีนัดพบคุณหมอทุกเดือน ยิ่งช่วงท้องแก่ๆสัปดาห์ที่ 37-40 คุณหมอจะนัดเกือบทุกอาทิตย์เพื่อติดตามสุขภาพของทั้งแม่และเด็ก ส่วนตัวแอดมินแล้ว ตั้งใจจะคลอดธรรมชาติ เพราะจากที่ศึกษามา การคลอดธรรมชาติทำให้ฟื้นฟูเร็ว และไม่มีแผลเป็นใดๆ

และแล้วก็มีเรื่องตื่นเต้นมาให้เราต้องตัดสินใจก่อนคลอด เพราะช่วงสัปดาห์ที่ 38 คุณหมอแจ้งเราว่า จริงๆเราควรจะต้องคลอดได้แล้ว คุณหมอเลยทำการตรวจอย่างละเอียดโดยตรวจด้วยการใช้นิ้วแหย่เข้าไป บอกเลย เจ็บ!!! เจ็บมาก!!! แว้บนั้นคือ แค่นิ้วแหย่เข้าไปทำไมเจ็บขนาดนี้ ไม่ไหวแน่คลอดธรรมชาติ หลังจากนั้นคุณหมอก็พาไปอัลตร้าซาวด์ เท่านั้นหล่ะฮะ

คุณผู้ชม ลูกอิชั้นเขาหมุนตัวเก่ง รกพันคอ 2 รอบไปเลยจ้ะ แถมสังเกตได้ว่าน้ำคล่ำลดลงเยอะมาก ทำให้การคลอดธรรมชาติอาจจะเสี่ยงกับชีวิตทั้งแม่และเด็ก แอดมินก็เลยต้องยอมผ่าคลอดแทน แต่พอเราเลือกผ่าคลอดเนี่ย เราเลือกวันได้อีกค่ะ

แอดมินเปิดกูเกิลเซิร์ชก่อนเลยค่ะ ฤกษ์ดี แล้วก็เลือกวันมาเลย ฮ่าๆ เลือกมาทั้งวันและเวลา ให้คลอดตามฤกษ์เลยค่ะ ซึ่งที่แอดมินจำได้คือ เหตุการณ์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ หาหมอวันพฤหัสบดี นัดหมอผ่าพรุ่งนี้เลย คือ วันศุกร์ เพราะไม่งั้น ฤกษ์ที่ดีจะไกลไป แล้วกลัวจะอันตรายกับเด็ก

ซึ่งทำให้หลังจากหาหมอเสร็จ ก็กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวมานอนเตรียมผ่าคลอดในคืนนั้นเลยค่ะ (แอดมินมองย้อนกลับไปก็คือ อีคู่สามีภรรยาคู่นี้ แกจะตัดสินใจปุบปับอะไรขนาดนั้น) แต่สารภาพตามตรงเลยค่ะ ว่าตอนนั้นรู้สึกว่า นี่แหละ Best Chance ต้องอันนี้

06# ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

ท้อง

ด้วยความที่เราเลือกช่วงเวลาลูกเกิดคือช่วง 6 โมงเช้า ทำให้เราต้องไปนอนรอที่โรงพยาบาลเลยเพื่ออดอาหารและเตรียมร่างกายให้พร้อมและจองห้องเพื่อเมื่อผ่าเสร็จแล้วเราจะอยู่ห้องนั้นไปอีก 4 วัน

โดยช่วงเวลาราวๆประมาณ ตี 4-5 พยาบาลก็มาหาเราเพื่อพาเราไปห้องเตรียมผ่าคลอด โดยพาไปโกนขนตรงส่วนนั้นก่อน ซึ่ง เราก็สงสัยว่า เราผ่าคลอดทำไมต้องโกน พยาบาลก็บอกว่าเพื่อความสะอาด พอโกนเสร็จเราก็โดนเข็นเข้าไปในห้องผ่าคลอดซึ่ง คุณหมอของเราเป็นคุณหมอผู้หญิง แต่คุณหมอที่มาฉีดยาบล็อคหลังเป็นผู้ชาย เป็นหมอเชี่ยวชาญด้านนี้

เขาให้เราตะแคงข้างและงอตัวให้มากที่สุด แล้วก็จิ้มเข็มเข้ามาทีหลังเรา เจ็บอยู่ แต่ไม่ขนาดตอนคุณหมอแหย่นิ้วเข้าไป ตลอดการผ่าคลอด เรารู้สึกตัวตลอดเวลา แต่จะมีผ้าบังไม่ให้เรามองเห็นว่าเขาทำอะไรกับหน้าท้องเราอยู่ เห็นเพียงหน้าคุณหมอและผู้ช่วยคุณหมอทั้งหลายที่รุมเราอยู่ ความรู้สึกตอนนั้นคือ หนาวและสั่นมาก เพราะเราต้องนอนกางแขนกางขา ในสภาพโป๊เปลือยในห้องผ่าตัดที่แอร์เย็นเฉียบ มีผ้าคลุมส่วนหน้าอกเราและส่วนล่างเท่านั้น

จริงๆฉีดยาชาแบบบล็อคหลังนี่ มันต้องไม่รู้สึกอะไรใช่มั้ยคะ แต่ตอนคุณหมอดึงเด็กออกมา คือ เข้าใจความรู้สึกที่ว่า “จุกอก” แล้วจริงๆค่ะ คือมันเหมือนการดึงเครื่องในเราออกไป แต่เราไม่รู้สึกตัวอ่ะ เลยจุกๆอกแทน ฮ่าๆ

ในที่สุดเราก็ได้ยินเสียงร้องของเด็กน้อยที่เรารอคอยมาตลอด 9 เดือนกว่าๆ คุ้มค่ากับการรอคอยมากค่ะ

บทสรุป [แชร์ประสบการณ์] เมื่อสาวออฟฟิศสายปาตี้ กลายเป็นคุณแม่ตั้งท้องกระทันหัน [18+]

เป็นยังไงกันบ้างคะ แอดมินเล่าอาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดมากเท่าไหร่นักนะคะ ไม่งั้นได้ต่ออีกหลายบทความแน่ๆ เอาจริงๆก็รู้สึกดีนะคะ ที่ได้มานึกย้อนถึงช่วงเวลาช่วงนั้น ลืมบอกไปค่ะ เรื่องราวที่เล่าทั้งหมด

ผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้วค่ะสำหรับแอดมิน ตอนนี้ก็คือมีเจ้าตัวแสบที่นับวัน ๆ ยิ่งแสบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งเห็นพัฒนาการ เห็นรอยยิ้มของเขา ความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่เรามี ก็หายไปหมดแล้วค่ะ

 

コメント